โรงเรียนมังกรกมลาวาสวิทยาลัย 泰國龍蓮中學 959 หมู่ 4 ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110
โทรศัพท์ 02-571-0655 , 086-343-1686

ประวัติโรงเรียน

“มังกรกมลาวาสวิทยาลัย” เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาแห่งแรกของคณะสงฆ์จีนนิกาย สังกัดสำนักเขตการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เขต 13 สถาปนาจัดตั้งในปี พ.ศ. 2533 โดย พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์ (เย็นเชี้ยวมหาเถระ) อดีตรองเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย ซึ่งท่านมีปณิธานในการเผยแผ่พระพุทธศาสนามหายานจีนนิกาย ควบคู่กับการให้โอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน เพื่อสร้างศาสนทายาทและสร้างคนดีมีความรู้คู่คุณธรรม โรงเรียนจัดการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 มุ่งจุดเน้นตามมาตรฐานวิชาการ คุณธรรมจริยธรรม เชิดชูพระพุทธศาสนามหายานจีนนิกาย สืบสานศิลปวัฒนธรรมจีน ส่งเสริมความสามารถด้านภาษา ทักษะชีวิต ศักยภาพเฉพาะบุคคล และเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามหลักปรัชญาการศึกษาของผู้สถาปนาโรงเรียน คือ สร้างความรู้ สร้างคุณธรรม สร้างความเสียสละ สร้างความกตัญญู และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ได้เริ่มยกระดับทาง การศึกษาของคณะสงฆ์ ในโครงการความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เพื่อให้บรรพชิตจีนนิกายที่สำเร็จการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ ๖ ได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ต่อมานับตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2558 ถึงปัจจุบัน พระคณาจารย์จีนธรรมวชิรานุวัตร (เย็นงี้) ได้สืบสานปณิธานในการบริการจัดการศึกษาคณะสงฆ์นิกาย ได้ดำเนินการสร้างอาคารเรียน ณ พื้นที่วัดมังกรกมลาวาส และวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ และพลักดันกลยุทธ์ในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาของคณะสงฆ์จีนนิกาย การยกระดับสนับสนุนการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาแก่บรรพชิตในสังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายทั่วประเทศ และดำเนินการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาในระดับนานาชาติ

โรงเรียนมังกรกมลาวาสวิทยาลัย
จากวาทะ พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์

(เย็นเชี้ยวมหาเถระ)

“นำพุทธจิตมาเป็นจิตของตน นำปณิธานของครูบาอาจารย์ มาเป็นปณิธานของตน”

“ซือหูเรียนจบชั้นมัธยม จากโรงเรียนสหคุณศึกษา ช่วงมัธยมซือหูเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียน หลังเลิกเรียนช่วงเย็นถึงหัวค่ำจะซ้อมกีฬาทุกวัน ซ้อมกีฬาเหนื่อยๆก็ดื่มน้ำมากๆอย่างรวดเร็ว ทำให้ซือหูมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับกระเพราะและทางเดินอาหารตั้งแต่หนุ่มๆ ตอนนั้นหลังเรียนจบใหม่ๆ ทั้งโรงเรียนไทยและโรงเรียนจีน ซือหูกำลังอยู่ในช่วงวางแผนว่าจะทำงานหรือเรียนต่อดี แต่จุดเปลี่ยนในชีวิตเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2502 ช่วงก้วยนี้ (ตรุษจีน) ซือหูก็ได้มีโอกาสติดตามญาติผู้ใหญ่ไปกราบซือกง ที่สำนักสงฆ์หลับฟ้า สะพานอ่อน จุฬาฯ ซอย 6 (立化精舍หลิบห่วยเจ็งเสี่ย) ซือกงได้เทศน์สอนเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับคุณค่าของชีวิตมนุษย์ มีประโยคหนึ่งในการเทศน์ 人生有两条路,第一条路是为自己,第二条路是为他人, 你考虑,你要理家门还是斋门。แปลว่า “เส้นทางชีวิตคนเรามี 2 อย่าง คือ เส้นทางหนึ่งคือทำเพื่อตนเอง และอีกเส้นทางหนึ่งคือทำเพื่อผู้อื่น เธอจงพิจารณาดูว่าชีวิตแบบไหนดีกว่า จะทำเพื่อตนเอง เพื่อครอบครัว หรือจะทำเพื่อศาสนา เพื่อช่วยเหลือคนหมู่มาก” จำได้ว่าซือหูรู้สึกประทับและเกิดศรัทธาอย่างมาก ซือกงถามซือหูว่า “อยากบวชไหม” ในขณะนั้นซือหูได้ตัดสินใจขอบวชกับซือกงทันที ตอนนั้นบวชเป็นสามเณรก่อน และพอถึงวัน 四月初八จึงไปบวชพระที่วัดโพธิ์เย็น ตลาดลูกแก แล้วกลับมาจำพรรษาที่หลิบห่วยเจ็งเสี่ย ที่นี้มีสิ่งหนึ่งที่ผู้คนตั้งคำถามคือ ทำไมสำนักสงฆ์นี้ไม่เคยเปิดประตูใหญ่เลย แม้จะมีงานใหญ่ๆ ก็ไม่เคยเปิด ใครมาติดต่อธุระ ต้องสั่นระฆังหน้าประตูเล็ก พระจึงจะมาเปิดให้ ซือหูได้ทราบคำตอบจากซือกงว่า เมื่อใดที่พระเณรพร้อมด้วยความรู้และจริยาวัตร ฝึกตนเป็นกำลังให้ศาสนาได้ 佛门龙象 เมื่อนั้นซือกงจึงจะเปิดประตูใหญ่ กุฏิที่นั้นเป็นห้องไม้เล็กๆ พักห้องละ 4 รูป
ทุกเช้า หยิ่งอี่ซือแปะ จะนำน้ำใส่กะละมัง พร้อมด้วยแปรงสีฟัน ผ้าเช็ดหน้า ไปวางถวายไว้หน้าห้องซือกง คอยอุปัฏฐากรับใช้ซือกงเช่นนี้ทุกวันไม่เคยขาด ชีวิตการบวชใน 2 ปีแรกของซือหู ใช้เวลาในการศึกษา ฝึกหัด เรียนรู้ จริยาวัตร ศาสนพิธี พระพุทธมนต์ จนจบทั้งหมด หลังจากนั้นระยะหนึ่ง ซือหูได้ขออนุญาตซือกง ศึกษาเรียนรู้พระไตรปิฎกมหายาน ฉบับภาษาจีน 100 เล่ม มี 经、律、论 พระสูตร พระวินัย พระอภิธรรม ต่อมาช่วงที่วัดโพธิ์แมนมีการก่อสร้าง ซือกงได้สั่งให้ หยิ่งหงวน , ท่านหยิ่งเต็กซือหู , ซือหู และเณรอีก 2 รูป ไปจำพรรษาและปฏิบัติงานที่วัดโพธิ์แมน ซือหูรับหน้าที่ด้านการอบรมสอนและปกครองดูแล หยิ่งเต็กซือหูรับหน้าที่ธุรการและบริหารงาน ท่านหยิ่งหงวนรับหน้าที่ในการควบคุมดูแลการก่อสร้าง ต่อมาเมื่อการก่อสร้างวัดโพธิ์แมนแล้วเสร็จ ซือกงได้เริ่มให้การบรรพชาอุปสมบทแก่กุลบุตร ในสมัยนั้นสำนักวัดโพธิ์แมน มีพระเณร จำนวน 100 กว่ารูป ซือหูรับหน้าที่เป็นพระครูอบรมสอน พระพุทธมนต์ ศาสนพิธี วิชาทางพระพุทธศาสนา และปกครองดูแลพระภิกษุสามเณร การอบรมสอนมีทุกวัน วันละ 3 รอบ คือช่วงเช้า ช่วงบ่าย และหัวค่ำ ซือหูรับหน้าที่เป็นพระครูสอน มีพระเณรหลายรูปค่อนข้างกลัวซือหู เขาบอกว่าซือหูดุ มีบางคนตั้งฉายาซือหูว่า “นายอำเภอ” จริงๆซือหูไม่ได้ดุอะไรเพียงแต่เข้มงวดในทางที่ถูกต้อง ซือหูทำหน้าที่ในการเป็นพระครูสอนประมาณ 15 ปี จำได้ว่ามีครั้งหนึ่ง ซือกงได้บัญชาให้มีพิธีปั้งเอี่ยมเค่า บริเวณลานหน้าวัดโพธิ์แมน มีเสี่ยงซือเป็นประธานประกอบพิธีหลายรูป และมีพระลงสวดจำนวนกว่า 100 รูป เต็มพื้นที่หน้าวิหารเทียนอ๊วง ในสมัยนั้นสำนักวัดโพธิ์แมนพระภิกษุผู้เป็นเสี่ยงซือได้ มีจำนวนมากถึง 40-50 รูป ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 ซือกงมีบัญชาให้ซือหูไปเป็นรักษาการเจ้าอาวาส วัดบำเพ็ญจีนพรต (ย่งฮกยี่) เพื่อดูแลเรื่องการบูรณะปฏิสังขรณ์วัด และสิทธิประโยชน์จากสิ่งปลูกสร้างของวัด ต่อมาในปี พ.ศ. 2523 ซือกงได้มีบัญชาให้ซือหูเป็น เจ้าอาวาส วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) ซือหูน้อมรับบัญชาจากซือกง ได้ปกครองดูแลบริหารงานวัดในด้านต่างๆ บางครั้งในการทำงานมีสิ่งที่ไม่เข้าใจ ติดขัดปัญหาใดๆ ซือหูก็เข้าไปกราบปรึกษา ซือกงที่วัดโพธิ์แมน ในวันที่ซือกงว่างจากศาสนกิจก็จะเมตตามาฉันเพลกับซือหูที่วัดเล่งเน่ยยี่เสมอๆ ทุกวันนี้บางครั้งซือหูก็ฝันถึงซือกง ฝันว่าได้กราบและได้รับฟังสิ่งที่ซือกงสอนอย่างใกล้ชิด เป็นความอบอุ่นใจที่มีครูบาอาจารย์เป็นที่พึ่ง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งที่ซือหูรับสนองงานจากซือกง นอกจากการบริหารปกครองและอบรมสอนพระเณรแล้ว ซือหูได้มีโอกาสทำงานด้านสังคมสงเคราะห์และสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาร่วมกับชมรมเมตตาธรรม 大悲会 ซึ่งเป็นคณะอุบาสกอุบาสิกาที่อุปถัมภ์วัด ได้มีโอกาสไปเยี่ยมโรงเรียนในจังหวัดต่างๆ ไปซ่อมแซมอาคารเรียน ไปบริจาคสิ่งของ อุปกรณ์การเรียน และทุนการศึกษา ซือหูเห็นเด็กๆ หลายคนไม่มีรองเท้าใส่มาโรงเรียน ไม่มีเงินมากินขนมที่โรงเรียน เด็กๆน่าสงสาร ยังไม่สามารถดูแลตนเองไม่ได้ จะซื้อยางลบสักก้อนหนึ่ง ก็เป็นเรื่องลำบาก ดังนั้นคนเราเมื่อเติบโตไปแล้ว มีหน้าที่การงาน มีรายได้ ก็เป็นสิ่งที่ดีหากเราจะแบ่งปันความเมตตานั้นให้เด็กๆ เขาจะได้มีกำลังใจ มีความหวัง การที่เราช่วยเหลือด้านศึกษาแก่เด็กๆเป็นการจุดไฟแห่งความกรุณาในหัวใจเขา เมื่อเขาโตขึ้นไป เขาก็จะหวนรำลึกถึงโอกาสที่เขาได้รับ และส่งมอบโอกาสนี้ให้กับคนรุ่นหลังต่อไป นอกจากนี้ซือหูมีการดำเนินการของมูลนิธิวัดมังกรกมลาวาส ได้มีการมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน ปีหนึ่งๆ หลายครั้ง คือต้องการให้เงินนี้ ถึงแม้จะไม่มาก แต่ก็มีส่วนช่วยเหลือเขาได้ทางหนึ่ง ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2530 ในการประชุมกรรมการสงฆ์นิกาย ซือหูได้ขอมติที่ประชุมในการจัดตั้ง “โรงเรียนภาษาจีนวัดมังกรกมลาวาส” ซือหูได้ให้ใช้พื้นที่บนตึกพิพิธภัณฑ์และวัตถุธรรม 9 ชั้น เพื่อจัดการเรียนการสอนภาษาจีนให้พระเณร มีการรับรองวิทยะฐานะจากกระทรวงศึกษาธิการ ซือหูดำริตั้งใจว่า “พวกเราเป็นพระจีนต้องพูดจีนได้ และต้องรอบรู้พุทธธรรมจีน” ต่อมาในปี พ.ศ. 2533 คณะสงฆ์จีนนิกายมีนโยบายที่จะสร้างศาสนทายาทจีนนิกายผ่านการให้โอกาสทางศึกษา ซือหูจึงได้การดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แห่งแรกของคณะสงฆ์จีนนิกาย คือโรงเรียนมังกรกมลาวาสพิทยาคม ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนมังกรกมลาวาสวิทยาลัย เริ่มรับสามเณรนักเรียนรุ่นแรกในปีการศึกษา 2534 การเรียนการสอนของเราเป็นสายสามัญ ควบคู่ภาษาจีนและวิชาทางพระพุทธศาสนา รุ่นแรกๆซือหูได้เชิญครูจากโรงเรียนสตรีวิทยามาสอน รุ่นต่อๆมาเป็นครูโรงเรียนเทพศิรินทร์ จนปัจจุบันเรามีครูครบทุกรายวิชา ในมุมมองของซือหู วิชาการเป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนให้ทันกันได้ แต่การฝึกหัดการเป็นคน เรียนการเป็นคนที่ดี ที่บริบูรณ์ นั้นเป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องยาก อย่างเช่นตัวอักษรจีน 人 (นั้ง) ที่แปลว่า คน เขียนง่าย แต่การฝึกหัด การเป็นคนนั้นยาก เพราะในสังคมปัจจุบัน คนเก่งมีเยอะ แต่คนดีมีคุณธรรมนั้นนับวันยิ่งน้อยลง ซือหูจึงอยากให้พวกเราเน้นฝึกหัดการเป็นคน ”เอาะจ้อนั้ง” 学做人 ฝึกหัดการเป็นคนที่ดี เป็นสามเณรนักเรียนที่ดีด้วยปรัชญา 4 ส. คือ สร้างความรู้ สร้างคุณธรรม สร้างความเสียสละ และสร้างความกตัญญู คนเราถ้ามีสิ่งเหล่านี้ในดวงจิต ก็ถือได้ว่าเป็นคนที่บริบูรณ์ เขียนคำว่า 人 ได้สวยงามมั่นคงในโลกแห่งความจริง วันหนึ่งที่พวกเราเติบโตไป หากอยู่เป็นพระเณร ก็จะเป็นศาสนทายาทที่ดี ช่วยเหลืออุทิศกำลังกาย กำลังสติปัญญา เพื่อศาสนาได้ หากเป็นฆราวาสก็จะสามารถดำเนินชีวิตในทางดีทางเจริญ ส่งมอบสิ่งดีๆให้สังคมได้เช่นกัน ซือหูมีเพียงความหวังดีต่อพวกเรา อยากให้พวกเราเป็นคนดีมีอนาคตเมื่อพวกเราประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ต้องตอบแทนอะไรซือหู ซือหูทำอย่างไรกับพวกเรา พวกเราจงทำเช่นนั้นกับผู้อื่น นี้คือความปรารถนาจากใจจริงของซือหู